พงไพร ผีป่า นางไม้

พงไพร ผีป่า นางไม้

วันศุกร์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2559

ทริปตำนานแห่งการเดินทาง เยือนเมืองแห่งพระอุปคุต จังหวัดแม่ฮ่องสอน ตอน..เที่ยวชมวัดในเมืองแม่ฮ่องสอน

"พระมหามุณีศรีปางล้อ"
วัดปางล้อ ต.จองคำ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน

"สิงห์คู่...คู่เมืองแม่ฮ่องสอน"
วัดพระนอน ต.จองคำ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน

"วัดปางล้อ" 
ต.จองคำ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน


   วัดปางล้อ..ตั้งอยู่ที่ตำบลจองคำ ในเขตตัวเมืองแม่ฮ่องสอน ค่อนออกมาทางนอกตัวเมืองหน่อยๆ ประวัติความเป็นมาของวัดปางล้อ คำว่า "ปางล้อ" นั้น เดิมทีมีชื่อเป็นภาษาไทยใหญ่ ว่า.."ป๋างหล้อ" คำว่า "ป๋าง" หมายถึงสถานที่พำนักชั่วคราว "หล้อ" หมายถึงเกวียน ทั้งหมดจึงหมายถึงที่หยุดพักชั่วคราวของล้อเกวียน
   วัดปางล้อ สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.๒๔๓๓ โดยพระครูธรรมจัย เจ้าอาวาสวัดปางล้อในสมัยนั้น ท่านเป็นเจ้าอาวาสรูปที่ ๑ ของวัดปางล้อ ได้รวบรวมศรัทธาประชาชนทั้งหลายช่วยกันก่อสร้างขึ้น และได้สร้างศาลาการเปรียญหลังใหม่แทนหลังเก่า เมื่อ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๓ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๑๙ ซึ่งตรงกับวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ ตรงกับวันวิสาขบูชา ในสมัยพระครูอนุสิฐวัชรธรรม เจ้าอาวาสรูปที่ ๕ โดยมีการออกแบบสถาปัตยกรรมเป็นแบบไตหรือไทยใหญ่
ศาลาการเปรียญวัดปางล้อ


พระพุทธรูปสำคัญ ในศาลาการเปรียญ


เครื่องบูชา..ลงทองประดับกระจกสวยงาม


"วิหารเทพทันใจ"

"พระธาตุเจดีย์ศรีปางล้อ"


"วิหารพระมหามุณีศรีปางล้อ"


"พระมหามุณีศรีปางล้อ"
หลวงพ่อมั่งมี ศรีสุข แห่งเมืองสามหมอก

   รูปแบบพระพุทธรูปนั่ง แบบทรงเครื่องขัตติยราช พุทธศิลป์แบบไต หรือไทยใหญ่ หรืออีกทางความเชื่อหนึ่งคือพระพุทธรูปแบบพระศรีอาริยเมตไตรยโพธิสัตว์ ซึ่งท่านจะมาช่วยสืบอายุพุทธศาสนาในยุคกึ่งพุทธกาล เป็นพระพุทธรูปที่สวยงามมากอีกองค์หนึ่งของเมืองแม่ฮ่องสอน


"พระคาถาบูชา พระมหามุณีศรีปางล้อ"




"พระนอนหรือพระพุทธไสยาสน์"
วัดพระนอน ต.จองคำ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน







   วัดพระนอน สร้างเมื่อวันพฤหัสบดี ที่ ๑๗ มีนาคม พ.ศ.๒๔๑๘ โดยพญาสิงหนาทราชา นามเดิมว่า ชานกะเล สืบเชื้อสายมาจากไทยใหญ่ เป็นเจ้าเมืององค์แรก ของแม่ฮ่องสอน ซึ่งตรงกับสยมัยรัชกาลที่ ๕    
มูลเหตุที่สร้างองค์พระนอน..
  • เพื่อเป็นอนุสรณ์ที่ท่านได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเจ้าเมืองแม่ฮ่องสอน โดยได้รับพระราชทานนามว่า "พญาสิงหนาทราชา" เมื่อ พ.ศ.๒๔๑๗ อีกทั้งเป็นการเฉลิมฉลอง ในวาระที่หมู่บ้านแม่ฮ่องสอน ได้รับการยกฐานะขึ้นเป็น..เมืองแม่ฮ่องสอน
  • ท่านเป็นผู้ที่เกิดวันอังคาร จึงสร้างพระพุทธรูปแบบไสยาสน์ หรือพระนอน เพื่อให้เป็นพระคู่บ้านคู่เมือง ให้เป็นที่สักการะกราบไหว้ของชาวเมืองแม่ฮ่องสอน แต่ก็ยังสร้างไม่แล้วเสร็จ เพราะเหตุการณ์บ้านเมืองแถวชายแดนยังไม่สงบ ท่านถึงแก่กรรมเมื่อ พ.ศ.๒๔๒๗ สมัยต่อมา ชายาของท่าน มีนามว่า "เจ้านางเมี๊ยะ" ขึ้นครองเมือง เป็นเจ้าเมืององค์ที่ ๒ ท่านจึงสร้างองค์พระนอนต่อจนสำเร็จ มีขนาดความยาว ๑๑ เมตร ๙๐ เซนติเมตร แล้วจัดงานฉลองอย่างยิ่งใหญ่ ตรงกับวันเพ็ญเดือน ๔ วันที่ ๑๕ มีนาคม พ.ศ.๒๔๓๐ โดยได้นิมนต์พระสงฆ์มารับปัจจัยไทยทานจากทั้งหมด ๕๐ วัด และถวายปัจจัยให้วัด วัดละ ๕๐ รูปี และทองคำหนัก ๒ สลึง โดยเชิญคณะศรัทธาชาวบ้านแม่ฮ่องสอนมาร่วมในงาน ๑,๕๐๐ คน มีการแจกคู่มือทำวัดภาษาพม่า คนละ ๑ เล่ม ได้ตั้งชื่อว่า "วัดพระนอน" ตามองค์พระนอนที่สร้างประดิษฐานไว้ และได้นิมนต์ "ครูบาชมภู" ซึ่งเดินทางมาจาก..วัดม่วยต่อ อำเภอหมอกใหม่ จังหวัดหลอยแหลม ในเขตรัฐฉาน ประเทศสหภาพพม่า มาเป็นเจ้าอาวาสองค์แรกของวัดพระนอน
"สิงห์คู่...คู่เมืองแม่ฮ่องสอน"

    ถาวรวัตถุศิลปะกรรมแบบปูนปั้นที่โดดเด่นอีกอย่างหนึ่งของวัดพระนอน หรือจะว่าของเมืองแม่ฮ่องสอนก็ว่าได้ ผมชื่นชอบมาก ดูสง่า ยิ่งใหญ่ น่าเกรงขาม นั่นคือ "สิงห์คู่" ปั้นอยู่ด้านหลังวัดพระนอน เชิงบันไดทางเดินขึ้นวัดพระธาตุดอยกองมู เป็นทางเดินแบบขั้นบันได เพื่อให้ประชาชนได้เดินเท้าขึ้นไปกราบนมัสการ "พระธาตุกองมู"





    "ส่างซี่หรือสิงห์คู่ใหญ่ คู่เมืองแม่ฮ่องสอน" เดิมเรียกว่า "ราชสีห์" ตั้งอยู่ด้านหลังวิหารวัดพระนอน เป็นทางเดินขึ้นวัดพระธาตุดอยกองมูเดิม สร้างโดย "เจ้านางเมี๊ยะ" เจ้าเมืององค์ที่ ๒ ชายาของ "พญาสิงหนาทราชา" เจ้าเมืององค์แรก เมื่อราว พ.ศ.๒๔๓๐  โดยเจ้านางเมี๊ยะ ได้สร้างสิงห์รือราชสีห์ เพื่ออุทิศให้แก่สามีที่ถึงแก่กรรมในปี พ.ศ.๒๔๒๗  และเพราะนามพ้องคล้ายกันกับ "พญาสิงหนาทราชา" โดยได้สร้างจำนวน ๑ ตัวและได้สร้างให้กับตัวเองเพื่อเป็นที่ระลึกในการครองเมือง อีก ๑ ตัว ให้ตั้งคู่กัน เป็น "สิงห์คู่เมืองแม่ฮ่องสอน" และได้อุทิศถวายพร้อมกันกับองค์พระนอน ในปี พ.ศ.๒๔๓๐
    นอกจากนั้นยังมีสิ่งปลูกสร้างด้วยปูนปั้นรูปทรงคล้ายสถูป ตั้งอยู่คู่กันระหว่างสิงห์คู่ ทางเดินขึ้นวัดพระธาตุดอยกองมู



 ด้านหลังสิงห์คู่ คือทางเดินขึ้นวัดพระธาตุดอยกองมู เมฆหมอกขาวโพลน ลอยคลุมไปทั้งม่อนดอย




บันไดทางเดินขึ้น วัดพระธาตุดอยกองมู


ลวดลายปูนปั้น "มกรคายนาค" แบบวัดล้านนาภาคเหนือ


   นอกจากนั้นยังมี พิพิธภัณฑ์เจ้าคุณโสภณสามัคคีนุสรณ์ ตั้งอยู่ในวิหารพระนอน  วัดพระนอน มีถาวรวัตถุล้ำค่าให้ได้ชมอีกมากมาย



"พระบัวเข็มหรือพระอุปคุต แบบพระเจ้า ๕ พระองค์"

     สร้างในประเทศพม่า เมื่อประมาณ พ.ศ.๒๕๐๐ โดยหลวงพ่อพระครูอนุสนธิ์ศาสนกิจ (หลวงพ่อศาสน์) เจ้าอาวาสวัดพระนอนองค์ที่ ๗ ได้ไปบูชามาจากฝั่งพม่า เพื่อนำมาให้ญาติโยมได้กราบไหว้บูชาเป็นสิริมงคล



ถาวรวัตถุสำคัญต่างๆ





 ตุงบูชาแบบล้านนา....แกะสลักด้วยไม้ เรียกว่า..."ตุงกระด้าง"


    การเดินทางไปในวัดต่างๆ พลาดไม่ได้ที่จะบริจาคบูชาวัตถุมงคลไว้เป็นสิริมงคล เป็นที่ระลึก และนำไปฝากผู้ที่เคารพนับถือ วัดต่างๆในจังหวัดแมฮ่องสอน ส่วนใหญ่จะมีวัตถุมงคลหรือสิ่งเคารพบูชา แบบพระบัวเข็มอุปคุต เช่นเดียวกับที่วัดพระนอนแห่งนี้ 


    สิงห์...ในพระพุทธศาสนา มีตำนานมาตั้งแต่ครั้งสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช พระมหากษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่แห่งชมพูทวีป โดยพระองค์จะให้สร้างสิงห์ ๔ เศียร ประดิษฐานไว้บนเสาหินทราย เพื่อเป็นสัญลักษณ์ถึงการเผยแพร่พระพุทธศาสนา เรียกว่า "เสาพระเจ้าอโศก" ...สิงห์ ๔ เศียร หมายถึงการเผยแพร่ประกาศพระพุทธศาสนาออกไปทั้ง ๔ ทิศ รอบทั้ง ๔ ทิศ  พระเจ้าอโศกมหาราช เผยแพร่อาณาจักรไปถึงเขตไหน ก็จะมีเสาพระเจ้าอโศก ตั้งแสดงเขตแดน ณ บริเวณแห่งนั้นด้วย

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น