ทริปนี้ออกเดินทางจากเมืองตาก เมื่อเช้าวันที่วันที่ 7 เดือนธันวาคม 2556 กับสมาชิกรวม 6 คน รถสองคันเหมือนเดิม Mitsubishi Triton 2500 cc. 4x4 Turbo และ สิงห์อมตะ Land Rover ไปกันแบบเพื่อนฝูง เน้นเงียบๆ สบายๆ เก็บเกี่ยวสัมผัสธรรมชาติให้ได้มากที่สุด
ถ้ามาจากตัวจังหวัดกำแพงเพชร ขับตรงไปอีกประมาณ 24 กิโลเมตรจะถึงตัวเมืองตาก(จากเมืองตากต้องข้ามสะพานก่อนแล้วค่อยกลับรถ) ระยะทางจากตัวเมืองตากถึงแยกทางเข้าอุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้า (ทางเดียวกับทางเข้าบ้านโละโคะ - ป่าคา) ประมาณ 25 กิโลเมตร
สังเกตพระพุทธรูปองค์ใหญ่ ฝั่งตรงข้ามทางเข้าอุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้า (บ้านโละโคะ - ป่าคา)
ป้ายตรงทางแยกบอกระยะทางเข้าอุทยานฯ 29 กิโลเมตร กับเส้นทางดำแบบสบายๆ
แวะทานข้าวมื้อเที่ยงที่ร้านลาบ ข้าวเหนียว ส้มตำ ตรงแยกจุดตรวจทหารพรานบ้านหนองแดน กับป้ายบอกระยะทางคงเหลือที่จะถึงตัวอุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้า อีกประมาณ 7 กิโลเมตร มีร้านค้าข้างทางหลายร้านสามารถหาเลือกซื้อเสบียงเพิ่มเติมได้อีกสบายๆ
จุดตรวจทางเข้าอุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้า พร้อมกับเสียค่าธรรมเนียมก่อนเข้าตามจำนวนคนและพาหนะ
ภายในเขตอุทยานฯจะมีประชาชนมาพักผ่อนนันทนาการ มีร้านค้าบริการ รถยน์ธรรมดาสามารถขับเข้ามาถึงที่ทำการอุทยานได้สบาย
สะพานแขวน Landmark ของที่นี่ มีป้ายบอกสุดเขตจังหวัดกำแพงเพชร ฝั่งตรงข้ามสะพานเป็นเขตอำเภอวังเจ้า จังหวัดตาก
เรามุ่งหน้าทำเวลาขับต่อไปยังน้ำตกเต่าดำที่หมายคาดว่าคงเหลือระยะทางอีกราว 30 กว่ากิโลเมตร ผ่านถนนลาดยางตามไหล่เขาในช่วงแรก เส้นทางแคบมากรถแทบจะขับสวนกันไม่ได้ ไหล่ทางเป็นหุบห้วยลึกและป่าไผ่
ระยะทางในช่วงต่อไปก็จะเป็นถนนลูกรัง พื้นดินแข็งปนฝุ่นนิดหน่อย มีสะพานทำจากไม้ผ่าท่อนวางพาดข้ามคลองพอได้ความตื่นเต้นบ้าง
ขับไปต่อเรื่อยๆ จะเป็นทางดินลูกรังแข็ง มีทางลาดด้วยปูนซีเม็นต์แบบผ่าร่องกลาง (สะพานอกแตก) สลับกับการข้ามสะพานไม้ผ่าท่อนไปเรื่อยๆ เส้นทางมีความสูงชันและลื่นในบางช่วง
จุดพักรถหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้า บ้านโละโคะ มีห้องน้ำบริการ สนามหญ้าสวยงามมาก พื้นที่โล่งเตียน ดูสะอาดตา
มีอะไรติดไม้ติดมือไปฝากไอ้ไทเกอร์มันด้วยก็ดีนะครับ ขี้เล่น น่ารักมาก ตัวเหมือนลูกครึ่งเสือโคร่งเลย
ป้ายบอกระยะทางคงเหลืออีก 20 กิโลเมตร
รีบออกเดินทางต่อครับ เส้นทางเป็นดินลูกรังพื้นแข็ง แกร่งมาก ปนฝุ่น ปีนป่ายร่องและหลุมลึกพอกระแทกปีกนกดังเอี๊ยดอ๊าดไปตลอดทาง ใช้ความเร็วไม่ได้เลย เป็นห่วงรถ ผุ้โดยสารข้างในรถศรีษะส่ายไปส่ายมา ต้องหาหมอนมารองกันกระแทก กันสะบัดไปด้วย หมู่บ้านต่อไป หมู่บ้านโละโคะ มีร้านขายของชำตรงแยกทางเข้า
รูปที่มีทุกบ้านครับ
ร้านขายของชำ
หนทางยังอีกไกล ยอมท้อแต่อย่ายอมแพ้ ลุย..ลุย!
โอโห....! กับระยะทางแค่นี้ ใช้เวลาเป็นชั่วโมง สองชั่วโมง รถใช้ความเร็วได้ไม่มาก เฉลี่ยประมาณ 20 - 30 กิโลเมตร/ชั่วโมง เกินนั้น กระโดดเด้งดึ๋งอย่างเดียวโรงเรียนบ้านคลองมดแดง สาขาบ้านป่าคา
ถึงบ้านม้งป่าคา ใช้เวลาเกือบชั่วโมงจากหน่วย วจ.5 ไฟฟ้ายังมาไม่ถึง ต้องใช้ไฟปั่นเก็บไว้ในแบตเตอรี มีร้านขายของชำสำหรับซื้อเสบียงเพิ่มได้สบายๆครับ มีร้านก๋วยเตี๋ยวรสชาติอร่อย ราคาถูกถ้วยละ 20 บาทครับแถมมีกล้วยทอดให้ห่อไปอีกต่างหาก
ร้านก๋วยเตี๋ยวเตี๋ยวกลางป่า อร่อยไม่แพ้ร้านในเมือง กล้วยทอด มันทอด มีบริการ
เมื่อพักเหนื่อยทานก๋วยเตี๋ยวมื้อเที่ยง(บ่ายๆ)อิ่มท้องแล้วก็ออกเดินทางต่อไปยังจุดหมายตัวน้ำตกเต่าดำ หลังจากออกพ้นชายหมู่บ้านมาได้ซักระยะหนึ่ง ก็จะผ่านจุดสกัดบ้านป่าคา
ป้ายเท่ๆ สถานที่ราชการ โครงสร้างไม้ไผ่
ไปต่อ...
แยกไปทางซ้ายตรงแยกเกษตรที่สูง บ้านป่าคา
สลับผ่านกลางไร่ข้าวโพด
เข้าเขตป่าทึบ เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าน่าจะใกล้ถึงตัวน้ำตกเต่าดำแล้ว
ในที่สุดก็มาถึงบริเวณที่กางเต็นท์ใกล้ทางลงน้ำตกเต่าดำ เขตอำเภอคลองลาน กำแพงเพชร กับระยะทางราวๆ 98 กิโลเมตร จากตัวเมืองตาก แต่ใช้เวลาไปเกือบวันเต็มๆ สรุปเดินทางผ่าน เมืองตาก วังเจ้า โกสัมพี และคลองลาน
มองเห็นตัวน้ำตกอยู่ลับๆ แต่ไม่ได้ยินเสียงน้ำตกเลย เนื่องจากมีระดับความสูงมาก เสียงจึงน่าจะถูกบดบังอยู่ในหุบห้วย เจ้าหน้าที่เตือนไม่ให้ลงไปเด็ดขาด เนื่องจากใกล้จะพลบค่ำ เกรงอันตรายมาก
ห้องน้ำ ใครจะอาบน้ำเชิญได้เลยครับ น้ำเย็นได้ใจมากกับบรรยากาศที่วังเวง ได้อารมณ์แบบป่าๆจริงๆ
ตั้งกองเสบียง เตรียมตัวจัดแจงที่พักได้แล้ว พรุ่งนี้เช้าค่อยเดินลงชมตัวน้ำตก ขอบพระคุณท่านหัวหน้าที่ส่งเจ้าหน้าที่มานอนและอยู่เป็นเพื่อนดูแลพวกเรา
ตื่นเช้า ทานข้าวเรียบร้อยก็ได้เวลาเดินลง โดยมีเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าไปด้วยและแนะนำเส้นทาง
ป้ายบอกทางลง ระยะทาง 300 เมตร ลาดชันมาก
รองเท้าที่ใช้ต้องเป็นรองเท้าผ้าใบหรือรองเท้าเดินป่าจะดีที่สุด
จุดพักกลางทางสามารถชมตรงกลางตัวน้ำตกได้ พร้อมกับพักเหนื่อยไปในตัว
เดินลงต่อไปอีกนิดครับ อีกนิดเดียวน่า...ไหนๆก็มาแล้ว...ฮ่าๆๆ
ในที่สุดก็....ถึงแล้ว น้ำตกเต่าดำ น้ำตกหินดินดานพร้อมที่จะเปิดเผยความยิ่งใหญ่ของสายน้ำในหุบเขา
ความยิ่งใหญ่แห่งตัวน้ำตก ปะทะความเยือกเย็นของสายน้ำ พร้อมเสียงน้ำตกไหลกระทบโขดหิน เสียงสนั่นป่ากลบเสียงของทุกสรรพสิ่ง นี่คือเสน่ห์ของธรรมชาติ ทำให้ป่าดำรงอยู่ได้ สมกับการเดินทางคุ้มค่ากับการผจญภัยจริงๆ
จากระดับความสูงที่สายน้ำ ตกลงมาจากข้างบน ส่งผลให้หางน้ำไหลแรง เชี่ยวกราก พึงระมัด ระวังการลงเล่นน้ำนะครับ
ได้เวลากลับแล้ว
นั่งรถมาก็เหนื่อย เดินลงก็.....สุดยอดครับทริปนี้ ยกให้เป็นตำนานความทรหดและอดทน
ได้เวลาเดินทางกลับ ระหว่างทางเก็บความงามและธรรมชาติไปเรื่อยๆ
ทิวทัศน์ฉากหลังเป็นกระท่อมมุงหญ้าคา หาได้ดูได้ยากเหมือนกัน
กลางดงข้าวโพด
สวนพริก
ลูกไม้ป่าสีสันแปลกตา เป็นการผสมสีทางธรรมชาติที่ลงตัวสวยงามมาก
"ป่าคือแหล่งกำเนิดและหล่อเลี้ยงมวลชีวิต โปรดช่วยกันอนุรักษ์ป่า"